เอาเงินไว้ที่ไหน ได้ผลตอบแทน เยอะที่สุด! (ภาค 2)

เอาเงินไว้ที่ไหนให้ผลตอบแทนเยอะที่สุดภาค 2 หลังจากที่ทำคลิปออกมานะครับก็ได้รับกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดีเลยครับเพราะฉะนั้นวันนี้เพชรจะมานำเสนออีกหลากหลายทางเลือกนะครับที่อาจจะยังไม่ได้พูดไว้ในตอนแรกนะครับ ว่าจะนำเงินไว้ที่ไหนที่ยังมีความน่าสนใจอยู่นั่นเองนะครับ

อย่างแรกเลยนะครับก็คือสลากออมทรัพย์นั้นเองครับนะครับ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ชอบการฝากเงินแล้วก็ทำเสียงที่ค่อนข้างน้อยนะครับเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วเนี่ยตัวสลากออมทรัพย์เองครับก็จะออกโดยธนาคารของรัฐนั่นเองครับ แต่ดอกเบี้ยที่ได้รับก็ค่อนข้างน้อยเช่นกันครับอยู่ที่ประมาณ 0.2-1% ต่อปีนะครับแต่ส่วนใหญ่แล้วคนหลายคนชอบที่จะซื้อสลากออมทรัพย์เนี่ย ก็เพราะว่าชอบดอกเบี้ยและก็ชอบลุ้นในเรื่องของการถูกรางวัลใหญ่ด้วยเช่นกัน แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่าคุณก็เป็นคนที่ดวงดีประมาณนึงหรือถ้าอยากจะถูกรางวัลบ่อยๆ ก็ต้องซื้อตัวสลากออมทรัพย์เนี่ยในจำนวนที่เยอะมากพอเลยทีเดียวล่ะครับ ส่วนตัวดอกเบี้ยนะครับหรือรางวัลใหญ่ที่อาจจะได้รับนะครับแน่นอนว่าก็ต้องเสียภาษีเช่นกัน และถ้าใครสนใจถ้าอยากจะซื้อสลากออมทรัพย์ก็สามารถติดต่อธนาคารที่อยู่ใกล้บ้านท่านได้ เช่นว่าธนาคารออมสินหรือธนาคารธกส.นั้นเองครับแต่อย่าซื้อผิดนะครับซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล อันนี้อาจจะถูกรางวัลที่ใหญ่กว่าก็ได้

ทางเลือกที่ 2 นะครับก็คือหุ้นกู้ครับก็คือตราสารหนี้ชนิดหนึ่งได้ครับที่ออกโดยบริษัทเอกชนครับที่เขาอาจจะต้องนำเงินนั้นไปลงทุนต่อหรือไปทำกิจกรรมอะไรที่ส่งเสริมกับบริษัทของเขานะครับ แน่นอนว่าพอเราซื้อหุ้นกู้ไปแล้วนะครับสถานะของเราก็จะเป็นเจ้าหนี้นั้นเองครับ ส่วนตัวบริษัทที่เราไปซื้อเขาก็มีสถานะที่เป็นลูกหนี้ของเราโดยส่วนใหญ่แล้วนะครับหุ้นกู้นั้นจะมีระยะเวลาประมาณ 3 ปี 5 ปี 10 ปีเป็นต้นนะครับแล้วแต่ตามที่เราตกลงกันไว้ ส่วนผลตอบแทนที่เราได้รับก็อาจจะอยู่ที่ประมาณ 2.5-3% ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่ใหญ่นะครับแล้วก็มีการจัดลำดับเรตติ้งที่ดี แล้วก็มีความมั่นคงสูงแต่ถ้าสมมุตินะครับถ้าเราอยากจะได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่านั้นนะครับบางบริษัทอาจจะให้ถึง 6 หรือ 7% เลยแน่นอนว่าบริษัทนั้นอาจเป็นบริษัทที่เล็กกว่าหรือว่ามีความเสี่ยงเรื่องของการดำเนินธุรกิจ หรือมีการจัดอันดับ Rating ที่ต่ำกว่านั้นเองครับส่วนตัวดอกเบี้ยนะครับที่เราจะได้รับนะครับบางครั้งก็อาจจะอยู่ที่ขึ้นอยู่กับว่าตกลงกันไว้นะครับว่าเป็นราย 3 เดือนรายครึ่งปีหรือว่ารายปีก็แล้วแต่ตัวหุ้นกู้ที่เราเข้าไปซื้อนั้นเอง หลายคนก็มีคำถามนะครับว่าจะต้องเสียภาษีหรือเปล่าแน่นอนครับว่าตัวดอกเบี้ยที่เราได้รับนะครับก็ต้องเสียภาษีไปด้วยนะครับระหว่างทาง พอถึงอายุครบกำหนดที่เราตกลงกันไว้นะครับว่าจะเป็น 3 ปี 5 ปีหรือ 10 ปีเราก็จะได้ตัวเงินต้นความเสี่ยงแน่นอนครับว่ามันมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงนะครับเราก็ต้องศึกษาให้ดีคำว่าตัวบริษัทที่เราจะไปลงทุนซื้อหุ้นกู้ของเขาเนี่ยมีการจัดอันดับ Rating ที่สูงและสมเหตุสมผลหรือเปล่านะครับ เพราะว่าสุดท้ายแล้วถ้าบริษัทนั้นเกิดเจ๊งหรือว่ากิจการนั้นอาจจะไม่ได้ทำกำไรต่อไปนะครับ เพราะว่าจะเบี้ยวหนี้หรือว่าไม่จ่ายดอกเบี้ยให้เรานั้นก็เป็นไปได้นะครับรวมถึงเราจะต้องเสียเงินต้นไปด้วยก็เกิดขึ้นได้ครับ สำหรับใครที่สนใจนะครับวิธีการซื้อหุ้นกู้ในทางจะสามารถติดต่อที่ธนาคารพาณิชย์ที่ทำหุ้นกู้ตัวนั้นนะครับหรือว่าบริษัทหลักทรัพย์ที่ออกหุ้นกู้ตัวนั้นได้เช่นกันครับ

ทางเลือกที่ 3 นะครับตั๋วแลกเงิน B/E ครับหรือว่าเรียกอีกอย่างว่า Bill of Exchange ถือเป็นตราสารหนี้อีกชนิดนึงนะครับที่จะมีความลักษณะคล้ายคลึงกับหุ้นกู้ เพียงแต่ว่าตัว B/E จะมีระยะเวลาที่สั้นกว่าอย่างน้อยประมาณ 270 วันหรือไม่เกิน 1 ปีและข้อแตกจ่างอีกหนึ่งอย่างนะครับระหว่าง B/E กับ หุ้นกู้ ก็คือว่าตัว B/E เนี่ยบางครั้งบริษัทเอกชนที่จะทำการออกตรวจ B/E ไม่ต้องทำการจัดอันดับเรตติ้งนะครับเพราะฉะนั้นความเสี่ยงก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ ส่วนตัวผลตอบแทนของดอกเบี้ยนั้นก็อาจจะอยู่ที่ 3% 2.5% แล้วแต่ตามที่ตกลงกันไว้นะครับ หรือแล้วแต่ตัวบริษัทนั้นว่าจะมีความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนขนาดไหนแต่อยากจะย้ำอีกครั้งนะครับว่า การที่เราจะซื้อตั๋ว B/E เนี่ยเราควรจะต้องดูว่าบริษัทนั้นเขามีการจัดอันดับเรตติ้งหรือเปล่าหรือว่าตัว Rating นั้นมีความเสี่ยงสูงมากน้อยแค่ไหนนะครับ ส่วนเรื่องของการเสียภาษีตั๋ว B/E แน่นอนว่าตัวดอกเบี้ยนั้นก็ต้องเสียภาษีเช่นกันนะครับเหมือนกับหุ้นกู้ และวิธีการซื้อขายนะครับก็สามารถซื้อได้ที่สถาบันการเงินต่างๆเหมือนกับหุ้นกู้เลยนะครับ

ทางเลือกที่ 4 นะครับสำหรับคนที่อยากจะลงทุนแบบอุ่นใจและความเสี่ยงต่ำนะครับ ขอแนะนำการลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินหรือว่าตราสารหนี้ระยะสั้นแน่นอนครับว่าผลตอบแทนที่ได้รับจะอยู่ที่ประมาณ 1.2 ถึง 1.8% ต่อปีนะครับ หลายคนอาจจะบอกว่ามันก็สูสีกับการฝากประจำนี่นาแต่ต้องบอกก่อนว่าข้อดีของการฝากกองทุนรวมลักษณะแบบนี้ก็คือในเรื่องของสภาพคล่องครับ ที่ว่าเราสามารถขายกองทุนในวันนี้นะครับเราก็จะได้รับเงินในวันถัดไปเลยนะครับเพียงแค่ T + 1 เท่านั้นเองครับ ซึ่งแน่นอนว่าการฝากประจำบางครั้งเราจะต้องล็อคเงินของเราไว้เนี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 เดือน 6 เดือน 1 ปีหรือว่า 2 ปีแต่ในกรณีพิเศษก็อาจจะสามารถถอนออกมาได้แต่แน่นอนครับว่าตัวดอกเบี้ยนั้นก็ต้องลดลงมาอาจจะไม่ได้หลับที่ 1.2หรือ 1.8% ต่อปี ส่วนเรื่องของการเสียภาษีแน่นอนว่าการซื้อกองทุนรวมตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้นก็ต้องเสียภาษีเหมือนกันแต่ว่าทางเราไม่ต้องทำอะไรเลยครับว่าผู้จัดการกองทุนนะครับเขาจะมีหน้าที่ดูแลและจัดการให้เราเรียบร้อยแล้วครับ และสำหรับใครที่สนใจอยากจะซื้อตัวกองทุนรวมตลาดเงินหรือว่าตราสารหนี้ระยะสั้นว่าสามารถติดต่อกับธนาคารที่เป็นตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่านได้เลย หรือถ้าใครอยากจะได้ความสะดวกนะครับเพียงแค่ต้องการซื้อขายออนไลน์สามารถเข้าไปที่ LINE นะครับแล้วก็เพิ่มเพื่อนตัวฟีโนมีนาเข้าไปแล้วก็เลือกดูนะครับว่าในการสร้างแผนการลงทุนมาสร้างแผนภูมินะครับก็ให้เลือกแผนที่ชื่อว่า Plus พักเงินอย่างมีประสิทธิภาพ พอเข้าไปเรียบร้อยแล้วครับสร้างแผนเสร็จเรียบร้อยแล้วครับเพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถเปิดบัญชีกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เพชรพูดถึงไปเมื่อสักครู่นี้ได้เลยครับ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่

kemtuna